การบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาลของเทศบาลตำบลม่วงน้อย อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน

##plugins.themes.bootstrap3.article.main##

วิศวโรจน์ หมื่นสิทธิ์

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ของการวิจัยเพื่อ ๑) ศึกษาสภาพการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาลของเทศบาลตำบลม่วงน้อย อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน ๒) ศึกษาเปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาลของเทศบาลตำบลม่วงน้อย ๓) ศึกษาถึงปัญหา และข้อเสนอแนะของประชาชนในการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาลของเทศบาลตำบลม่วงน้อย และ ๔) เพื่อศึกษาแนวทางการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาลของเทศบาลตำบลม่วงน้อย เป็นการวิจัยแบบผสมผสานระหว่างการวิจัยเชิงปริมาณ ซึ่งเป็นการวิจัยเชิงสำรวจและการวิจัยเชิงคุณภาพ การวิจัยเชิงปริมาณกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัยครั้งนี้ คือประชาชนที่อาศัยอยู่ในเขตเทศบาลตำบลม่วงน้อย จำนวน ๔,๕๖๑ คน เลือกกลุ่มตัวอย่างโดยใช้ตารางเครซี่และมอแกน ได้กลุ่มตัวอย่างจำนวน ๓๕๗ คน เครื่องมือที่ใช้การเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถาม สถิติที่ใช้วิเคราะห์ข้อมูล คือ ค่าความถี่, ค่าร้อยละ, ค่าเฉลี่ย, ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบสมมติฐานด้วยค่าที และค่าเอฟ ด้วยวิธีการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียว และทดสอบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยเป็นรายคู่ด้วยวิธีผลต่างเป็นสำคัญน้อยที่สุด ส่วนการวิจัยเชิงคุณภาพ กำหนดผู้ให้ข้อมูลหลัก ๑๐ รูป/คน เลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บข้อมูลเป็นแบบสัมภาษณ์เชิงลึกที่มีโครงสร้าง เก็บข้อมูลด้วยการสัมภาษณ์เชิงลึก วิเคราะห์ข้อมูลด้วยวิธีการพรรณนาความ


ผลวิจัยพบว่า :


๑) ความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาลของเทศบาลตำบลม่วงน้อย โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (X =๓.๖๒) เมื่อพิจารณาในแต่ละด้านสามารถเรียงลำดับได้ดังนี้ ด้านหลักความคุ้มค่ามีค่าเฉลี่ย (X =๓.๙๘) ด้านหลักความรับผิดชอบมี (X =๓.๙๑) ด้านหลักความโปร่งใสมีค่าเฉลี่ย (X =๓.๕๓) ส่วนด้านที่มีระดับปานกลาง เรียงลำดับได้ดังนี้ ด้านหลักการมีส่วนร่วมมีค่าเฉลี่ย (X =๓.๔๖) ด้านหลักนิติธรรมมีค่าเฉลี่ย (X =๓.๔๒) และด้านหลักคุณธรรมมีค่าเฉลี่ย (X =๓.๔๐)


๒) ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาลของเทศบาลตำบลม่วงน้อย จำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล ได้แก่ เพศ, อายุ, การศึกษา, และรายได้ พบว่า ความคิดเห็นของประชาชนที่มีต่อการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาลของเทศบาลตำบลม่วงน้อย ไม่แตกต่างกัน จึงปฏิเสธสมมติฐานที่ตั้งไว้


๓) ปัญหา และข้อเสนอแนะ พบว่า เจ้าหน้าที่ยังขาดหลักธรรมาภิบาลด้านหลักคุณธรรมอยู่บ้าง ควรนำหลักพุทธธรรม เช่น หลักสุจริต ๓ หมายถึง กายสุจริต, วจีสุจริต และมโนสุจริต ไปประยุกต์ใช้เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมมากขึ้นในการบริหารงาน


๔) แนวทางการบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาลของเทศบาลตำบลม่วงน้อย อำเภอป่าซาง จังหวัดลำพูน เจ้าหน้าที่เทศบาลตำบลม่วงน้อยควรนำหลักธรรมาภิบาลทั้ง ๖ ด้านไปปฏิบัติใช้อย่างจริงจัง เพื่อให้เกิดความเจริญก้าวหน้าในชุมชน และประเทศชาติอย่างแท้จริง

##plugins.themes.bootstrap3.article.details##

ส่วน

บทความวิจัย

การอ้างอิง

บวรศักดิ์ อุวรรณโณ. การสร้างธรรมาภิบาลในสังคมไทย. กรุงเทพมหานคร: สำนักพิมพ์วิญญูชน, ๒๕๔๔.

บุษบง ชัยเจริญวัฒนะ และบุญมี ลี้. “ตัวชี้วัดธรรมาภิบาล”. รายงานการวิจัยสถาบันพระปกเกล้า. กรุงเทพมหานคร: คุรุสภาลาดพร้าว, ๒๕๔๔.

พระอธิการไสว ผลญาโณ (มีตา). “การบริหารงานตามหลักธรรมาภิบาลของวิสาหกิจชุมชนอำเภอบ้านไร่ จังหวัดอุทัยธานี”. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๗.

มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. พระไตรปิฎกภาษาไทยฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๓๙.

อุเทน ปัญโญ. รศ. ระเบียบวิธีวิจัย. พิมพ์ครั้งที่ ๑๒. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยนอร์ท, ๒๕๕๖.