การพัฒนาการเมืองภาคประชาชนในจังหวัดพะเยาสู่การจัดการตนเองชุมชนท้องถิ่นตามหลักสาราณียธรรม 6
##plugins.themes.bootstrap3.article.main##
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ ศึกษาขบวนการเคลื่อนไหวของกลุํมการเมืองภาคประชาชน และศึกษาแนว
ทางการพัฒนาการเมืองภาคประชาชนในจังหวัดพะเยาสู่การจัดการตนเองชุมชนท้องถิ่นตามหลักสาราณียธรรม 6
เป็นการศึกษาเชิงคุณภาพ กลุ่มเป้าหมายประกอบด้วยกลุ่มการเมืองภาคประชาชนในจังหวัดพะเยา 3 กลุํม ได้แก่
กลุ่มการเมือง กลุ่มท้องถิ่นท้องที่ และกลุ่มภาคประชาสังคม ผลการวิจัยพบว่า การสร้างการมีส่วนร่วมของกลุ่ม
การเมืองภาคประชาชาชนได้แก่ การจัดตั้งกลุ่มหรือองค์กรทางการเมืองภาคประชาชน การให้ความรู้ทางการเมือง
และประชาธิปไตยแก่ประชาชน การชุมนุมเพื่อแสดงพลังทางการเมือง การเสริมสร้างความร่วมมือกับองค์กรภาคีใน
การดําเนินกิจกรรมสาธารณะประโยชน์เพื่อชุมชน การเป็นองค์กรในการเจรจาต่อรองกับหนํวยงานระดับนโยบาย
การเสริมสร้างศักยภาพและความเข้มแข็งให้แก่องค์กรชุมชน การจัดระบบองค์ความรู้ของท้องถิ่นของชุมชน
จัดระบบเครือข่ายการสื่อสารของท้องถิ่น และสร้างให้เกิดพื้นที่ในการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของภาคประชาชน
ยุทธวิธีการเคลื่อนไหวของกลุ่มการเมืองภาคประชาชน โดยการแสดงออกของกลุํมการเมืองในเชิง
สัญลักษณ์ การชุมนุมหรือการระดมมวลชน การทําข้อเสนอหรือข้อเรียกร้อง การส่งเสริมบทบาทผู้หญิงในการพัฒนา
ท้องถิ่น และการสานเสวนาหาทางออก โดยแนวทางการพัฒนาการเมืองภาคประชาชนสู่การจัดการชุมชนท้องถิ่น
จะต้องสร้างวัฒนธรรมการเมืองอย่างสร้างสรรค์ ครอบครัวหรือสถาบันการศึกษามีบทบาทสําคัญในการปลูกฝัง ให้มี
ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการเมือง การปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมให้เด็กเยาวชน ให้ทุกคนมีจิตสํานึกที่ดีต่อ
ครอบครัว ชุมชน และสังคม และให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนาชุมชนท้องถิ่น ทั้งนี้การนําหลัก
สาราณียธรรม 6 เป็นแนวปฏิบัติในการจัดการตนเองของชุมชนท้องถิ่น ซึ่งเป็นแนวทางที่พระพุทธองค์ได้ทรงวาง
หลักไว้เพื่อป้องกันความขัดแย้ง ดังนั้นการประยุกต์แนวปฏิบัติดังกล่าวเพื่อใช้ในการสร้างความร่วมมือให้กับกลุ่ม
การเมืองภาคประชาชน จะทําให้เกิดความสามัคคี ร่วมมือรํวมแรงร่วมใจกัน การสร้างความสัม พันธ์อันดี ความ
เจริญรุ่งเรืองให้แก่กลุ่มการเมืองภาคประชาชนได่อย่างแท้จริงและมั่นคง นําไปสู่การสร้างสังคมประชาธิปไตยอย่าง
สร้างสรรค์ต่อไป
##plugins.themes.bootstrap3.article.details##
ส่วน
การอ้างอิง
จุมพล หนิมพานิช. กลุ่มผลประโยชน์กับการเมืองไทยแนวเก่า แนวใหม่ และกรณีศึกษา. กรุงเทพฯ : สํานักพิมพ์แห่ง
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. 2552
ไชยรัตน์ เจริญสินโอฬาร. วาทกรรมการพัฒนา : ความรู้ อำนาจ ความจริง เอกลักษณ์และความเป็นอื่น.
กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยเกริก. 2542.
นักศึกษาหลักสูตรปฏิบัติการจิตวิทยาฝุายอํานวยการ รุํนที่ 107 สถาบันวิชาการปูองกันประเทศ. “ชุมชนเข้มแข็ง
ชุมชนเรียนรู้สู่การสร้างพลังแห่งการขับเคลื่อนสังคมภาคพลเมืองตามแนวทางพะเยาโมเดล”. รายงาน
การวิจัย. กรุงเทพฯ: สถาบันวิชาการปูองกันประเทศ. 2553.
ณรงค์ บุญสวยขวัญ. การเมืองภาคพลเมือง บทวิเคราะห์แนวคิดและปฏิบัติการท้าทายอำนาจการเมืองในระบบ
ตัวแทน. กรุงเทพฯ : สํานักพิมพ์เอดิสันเพรส โปรดักส์จํากัด. 2552.
ณัชชาภัทร อุ่นตรงจิตร. รัฐศาสตร์. พิมพ์ครั้งที่ 12.กรุงเทพฯ : สํานักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. 2559.
ประภาส ปิ่นตบแต่ง. “แนวทางการเคลื่อนไหวต่อสู้และยุทธวิธีของขบวนการทางสังคม” บทความ.วารสารฟูา
เดียวกัน ปีที่ 1 ฉบับที่ 4 (เมษายน-มิถุนายน 2546) : 161.
ประเวศ วะสี. “การฟื้นฟูบูรณะประเทศหลังวิกฤตการณ์รุนแรง.” ใน หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ. ฉบับวันที่ 23
เมษายน 2551.
ทินพันธุ์ นาคะตะ. การเมืองการบริหารไทย: ภาระของชาติ. กรุงเทพมหานคร: โครงการเอกสารและตํารา สมาคม
รัฐประศาสนศาสตร๑ นิด้า. 2546.
พิศมัย วงศ์จําปา. สหัทยา วิเศษ และชัยวัฒน์ จันธิมา. “การพัฒนาข้อเสนอและรูปธรรมของการปฏิรูปประเทศไทย
ของกลุ่มการเมืองในจังหวัดพะเยา”. รายงานการวิจัย. สถาบันพระปกเกล้า. 2558.
วิเชิด ทวีกุล. พลวัตการเมืองภาคประชาชน. เชียงใหมํ : ธารทองการพิมพ์. 2558.
สายอรุณ ปินะดวง. แดง-เหลือง เมืองกว๊าน “พร้อมแลกเปลี่ยนเพื่อสมานฉันท์...สัญญาลูกผู้ชาย. (ม.ป.ท. : ม.ป.พ
..2552.)
Almond. Gabriel A. and Verba. Sidney. The Civil Culture: Political Attitudes and Democracy in
Five Nations. Boston: Little Brown. 1965.