การศึกษาวิเคราะห์หลักพุทธธรรมในการจัดกิจกรรม พัฒนาจิตใจผู้ต้องขังเรือนจำกลางเชียงใหม่
##plugins.themes.bootstrap3.article.main##
บทคัดย่อ
วิทยานิพนธ์เรื่อง “ศึกษาวิเคราะห์หลักพุทธธรรมในการจัดกิจกรรมพัฒนาจิตใจผู้ต้องขัง เรือนจำกลางเชียงใหม่” มีวัตถุประสงค์ ๓ ประการ คือ ๑) เพื่อศึกษาแนวคิดและหลักพุทธธรรมในการพัฒนาจิตใจ ๒) เพื่อศึกษากิจกรรมการพัฒนาจิตใจผู้ต้องขังเรือนจำกลางเชียงใหม่ และ ๓) เพื่อศึกษาวิเคราะห์หลักพุทธธรรมในการจัดกิจกรรมพัฒนาจิตใจผู้ต้องขังเรือนจำกลางเชียงใหม่ การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ/ภาคสนาม โดยการค้นคว้าและรวบรวมข้อมูลจากเอกสารที่มีความเกี่ยวข้อง แล้วนำมาวิเคราะห์เสนอแนวคิดของผู้วิจัย เพื่อให้ทราบผลวิจัยที่แท้จริง
ผลการวิจัยพบว่า มนุษย์เป็นองค์ประกอบหนึ่งของสังคม แนวคิดในการพัฒนาจิตใจของมนุษย์นั้น นับเป็นเรื่องจำเป็นและสำคัญต่อสังคม ถ้ามนุษย์ได้รับการฝึกอบรมหรือแนวปฏิบัติที่ดีงามและถูกต้อง ย่อมเอื้อประโยชน์ต่อสังคมอย่างมหาศาล หลักพุทธธรรมอันเป็นคำสอนของพระพุทธเจ้า เช่น หลักกรรมฐาน ๒ สิกขา ๓ ฆราวาสธรรม ๔ และอริยสัจ ๔ เป็นต้น เป็นที่ยอมรับและสามารถนำมาเป็นเครื่องมือในการพัฒนาจิตใจมนุษย์ได้เป็นอย่างดี
สำหรับกิจกรรมการพัฒนาจิตใจผู้ต้องขังเรือนจำกลางเชียงใหม่ ดำเนินการโดยเรือนจำนั้น ผู้ต้องขังได้รับการอบรมด้านศีลธรรม ฟังพระธรรมเทศนาและคำสอนของศาสนาต่าง ๆ ที่ตนนับถือ จัดให้มีการเรียนการสอนธรรมศึกษา ไหว้พระสวดมนต์ก่อนนอนและหลังตื่นนอน การบริหารจัดการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่เป็นการทำงานเชิงบูรณาการ ผู้บริหารให้ความสำคัญกับนโยบายการพัฒนาจิตใจ จัดให้มีสถานที่อบรมเป็นสัดส่วนและเอื้อต่อการจัดกิจกรรมอบรมพัฒนาจิตใจ
หลักพุทธธรรมที่เหมาะสมกับการจัดกิจกรรมพัฒนาจิตใจผู้ต้องขังเรือนจำกลางเชียงใหม่ ได้แก่ สิกขา ๓ สติปัฏฐาน ๔ และอริยสัจ ๔ โดยได้ดำเนินงานด้านต่าง ๆ เช่น ด้านการนำหลักพุทธธรรมจัดกิจกรรมกลุ่ม ด้านการบำบัดทางด้านจิตใจ ด้านการปรับเปลี่ยนพฤติกรรม เป็นต้น และสามารถกล่าวได้ว่า เจตคติหรือความรู้สึกของผู้ต้องขังที่มีต่อหลักพุทธธรรมที่นำมาจัดกิจกรรมพัฒนาจิตใจผู้ต้องขังของกลุ่มตัวอย่างจากแบบสัมภาษณ์ ส่วนมากเห็นด้วยกับการนำเอาหลักพุทธธรรมหัวข้อดังกล่าวมาพัฒนาจิตใจผู้ต้องขัง
จากการสังเกตและสัมภาษณ์เรื่องพัฒนาการด้านพฤติกรรมของผู้ต้องขังที่เข้ารับการอบรมโครงการเรือนจำเรือนธรรมและเป็นกลุ่มตัวอย่างที่ให้สัมภาษณ์ ส่วนใหญ่ได้เรียนรู้หลักพุทธธรรมการแก้ไขปัญหาชีวิตตามแนวทางไตรสิกขา สติปัฏฐาน ๔ และอริยสัจ ๔ แล้วนำไปฝึกปฏิบัติทำให้มีพฤติกรรมเป็นไปในทิศทางที่ดีขึ้น ให้ความร่วมมือในการทำงานและฝึกวิชาชีพเป็นอย่างดี ประพฤติตนอยู่ในระเบียบวินัยที่เรือนจำกำหนด ถ้าผู้ต้องขังผ่านกิจกรรมการอบรมพัฒนาจิตใจอย่างจริงจังแล้ว เมื่อพ้นโทษออกไปจะไม่เป็นภาระของสังคมและประเทศชาติในอนาคตอย่างแน่นอน
##plugins.themes.bootstrap3.article.details##
ส่วน
การอ้างอิง
กรมราชทัณฑ์. คูมือเจาพนักงานเรือนจำในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขัง. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์กรมราชทัณฑ์, 2539.
_________. “นโยบายการปฏิบัติราชการของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม”. กรุงเทพมหานคร : กรมราชทัณฑ์, 2551 (อัดสำเนา).
กองแผนงาน. “ทะเบียนประวัติผู้ต้องขัง”. นนทบุรี : กองแผนงาน กรมราชทัณฑ์, 2556 (อัดสำเนา).
_________. “นโยบายการปฏิบัติงานราชทัณฑ์ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2557”. นนทบุรี : กองแผนงานกรมราชทัณฑ์, 2557 (อัดสำเนา).
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย, 2539.
ศิวะ แสงมณี. คู่มือการอบรมผู้ต้องขัง. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์ราชทัณฑ์, 2544.