การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ตามหลักภาวนา ๔ ของสถานีตำรวจภูธรเมืองแพร่
##plugins.themes.bootstrap3.article.main##
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์คือ (๑) เพื่อศึกษาระดับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ตามหลักภาวนา ๔ ของสถานีตำรวจภูธรเมืองแพร่ (๒) เพื่อเปรียบเทียบการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ตามหลักภาวนา ๔ ของสถานีตำรวจภูธรเมืองแพร่ จำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล (๓) เพื่อศึกษาปัญหา อุปสรรค ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ตามหลักภาวนา ๔ ของสถานีตำรวจภูธรเมืองแพร่ (๔) เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ตามหลักภาวนา ๔ ของสถานีตำรวจภูธรเมืองแพร่ การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยแบบผสานวิธี โดยทำการวิจัยจากประชากรและกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ ข้าราชการตำรวจของสถานีตำรวจภูธรเมืองแพร่ จำนวน ๓๑๙ คน ซึ่งกลุ่มตัวอย่างได้มาจากการสุ่มตัวอย่างแบบหลายขั้นตอนโดยเทียบสัดส่วน ตามขั้นตอนคือ ทำการหากลุ่มตัวอย่างโดยใช้สูตรคำนวณขนาดกลุ่มตัวอย่างของทาโร่ ยามาเน่ ได้ขนาดกลุ่มตัวอย่าง คือ จำนวน ๑๗๗ คน เก็บข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม และทำการวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมสำเร็จรูป เพื่อการวิจัยทางสังคมศาสตร์ เพื่อหาค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานในการอธิบายลักษณะข้อมูลทั่วไป และทำการทดสอบสมมติฐานด้วยการทดสอบค่าที (t-test) และค่าเอฟ (F-test) ด้วยการวิเคราะห์ความแปรปรวนแบบทางเดียว เมื่อพบว่ามีความแตกต่างจึงทดสอบความแตกต่างรายคู่ โดยวิธีหาผลต่างนัยสำคัญน้อยที่สุด (LSD) ในส่วนของคำถามปลายเปิดที่แสดงปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ ผู้วิจัยทำการจัดกลุ่มตามประเด็นที่กำหนดไว้ในแบบสอบถามปลายเปิด จากนั้นจะทำการวิเคราะห์โดยใช้การแจกแจงความถี่ และข้อมูลจากการสัมภาษณ์ ผู้วิจัยจะทำการจัดกลุ่มข้อมูลตามสาระสำคัญของประเด็นการสัมภาษณ์ จากนั้นทำการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงเนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า
๑. ระดับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ตามหลักภาวนา ๔ ของสถานีตำรวจภูธรเมืองแพร่ ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (S.D = ๐.๕๕) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่าแต่ละด้านอยู่ระดับมากที่สุดทุกด้าน ได้แก่ ด้านกายภาวนา (S.D = ๐.๕๔) ด้านศีลภาวนา (S.D = ๐.๕๔) ด้านจิตตภาวนา (S.D = ๐.๕๔) และด้านปัญญาภาวนา (S.D = ๐.๕๖) ตามลำดับ
๒. ผลการเปรียบเทียบของข้าราชการตำรวจที่มีต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ตามหลักภาวนา ๔ ของสถานีตำรวจภูธรเมืองแพร่ จำแนกตาม เพศ อายุ ระดับการศึกษา รายได้ ประสบการณ์ทำงาน และตำแหน่ง พบว่า ตัวแปรที่ทำให้ความคิดเห็นของข้าราชการตำรวจที่มีต่อการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ตามหลักภาวนา ๔ ของสถานีตำรวจภูธรเมืองแพร่ ไม่แตกต่างกัน คือ เพศ อายุ ระดับการศึกษา รายได้ ประสบการณ์ทำงาน และตำแหน่ง
๓. ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ เกี่ยวกับการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ตามหลักภาวนา ๔ ของสถานีตำรวจภูธรเมืองแพร่ คือ ข้าราชการตำรวจยังขาดความรอบคอบในการปฏิบัติหน้าที่ ขาดสมาธิในการปฏิบัติงาน ยังขาดความรับผิดชอบต่อหน้าที่และความซื่อสัตย์ในการปฏิบัติหน้าที่ให้ตรงตามเป้าหมายขององค์กร และต้องทำงานให้ยึดหลักความถูกต้องและเป็นธรรม ซึ่งกระบวนการในการทำงานอย่างเป็นระบบ ควรสรรหาวิทยากรที่จะมาฝึกอบรมต้องเป็นผู้มีประสบการณ์ มีความรู้ มีความสามารถเป็นวิทยากรในการฝึกอบรม การจัดหาบุคลากรและงบประมาณที่พอเพียงให้การส่งเสริมการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ให้ทันต่อสถานการณ์ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นเพื่อให้การทำงานของบุคลากรในองค์กรมีคุณภาพและประสิทธิภาพตามวัตถุประสงค์
๔. แนวทางในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ผู้ให้ข้อมูลส่วนใหญ่เน้นเรื่องการเสริมสร้างให้ข้าราชการตำรวจมีศักยภาพในการทำงานทั้งทางกาย ทางวาจา และทางจิตใจ โดยการให้ได้รับการฝึกอบรมอย่างเป็นรูปธรรม เช่น การออกกำลังกาย, การรักษาศีล ๕, การปฏิบัติธรรม เพื่อจะได้มีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรง มีสติในการทำงานและจิตสำนึกรับผิดชอบต่อตนเองและองค์กร คำนึงถึงประโยชน์ส่วนรวมเป็นหลัก เพื่อจะได้นำไปพัฒนาข้าราชการตำรวจให้มีประสิทธิภาพต่อไป
##plugins.themes.bootstrap3.article.details##
ส่วน
การอ้างอิง
คู่มือประชาชน. งานชุมชนสัมพันธ์. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ตำรวจ, ๒๕๕๔.
พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต). “พุทธธรรม (ฉบับเดิม)”. พิมพ์ครั้งที่ ๑๐. กรุงเทพมหานคร: บริษัท เอส. อาร์ พริ้นเตอร์ แมส โปรดักส์ จำกัด, ๒๕๕๖.
แผนปฏิบัติราชการสำนักงานตำรวจแห่งชาติประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๘ ปรับเมื่อ ๒๑ กรกฎาคม ๒๕๕๘. กรุงเทพมหานคร: โรงพิมพ์ตำรวจ, ๒๕๕๘.
สถานีตำรวจภูธรอำเภอเมืองแพร่. ข้อมูลพื้นฐาน. [ออนไลน์], แหล่งที่มา: [http://muang.phrae.police.go.th](http://muang.phrae.police.go.th), [๙ พฤษภาคม ๒๕๕๘].
อำนาจ เจริญศิลป์. การจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม. กรุงเทพมหานคร: โอ.เอส. พริ้นติ้งเฮ้าส์, ๒๕๔๓.