การพัฒนาอาชีพทางเลือกให้กับผู้ต้องขังเรือนจำจังหวัดลำพูน

##plugins.themes.bootstrap3.article.main##

วัลญา เรือนปลี

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ คือ 1) เพื่อศึกษาสภาพทั่วไปของการพัฒนาอาชีพของผู้ต้องขัง
เรือนจำจังหวัดลำพูน 2) เพื่อศึกษากระบวนการพัฒนาอาชีพทางเลือกของผู้ต้องขังเรือนจำจังหวัด
ลำพูน 3) เพื่อเสนอแนวทางพัฒนาอาชีพทางเลือกตามหลักคิหิสุขให้ผู้ต้องขังภายในเรือนจำจังหวัด
ลำพูน  การศึกษาวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) ผู้ให้ข้อมูลสำคัญ
ประกอบด้วย ผู้ต้องขังที่กระทำผิดซ้ำและเข้ารับการฝึกอาชีพในเรือนจำจังหวัดลำพูน จำนวน 5 คน 
กลุ่มผู้บริหารเรือนจำ จำนวน 5 คน กลุ่มตัวแทนองค์กรภาครัฐ จำนวน 3 หน่วยงาน  กลุ่มตัวแทน
สถานประกอบการในพื้นที่จังหวัดลำพูน จำนวน  3 แห่ง กลุ่มนักวิชาการด้านศาสนา จำนวน 2 รูป
หรือคน กลุ่มนักวิชาการด้านรัฐประศาสนศาสตร์ จำนวน 2 คน รวมผู้ให้ข้อมูลสำคัญทั้งหมด 20 คน 
โดยใช้แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้างเป็นเครื่องมือในการรวบรวมข้อมูล


ผลการวิจัยพบว่า


1) สภาพทั่วไปของการพัฒนาอาชีพของผู้ต้องขังเรือนจำจังหวัดลำพูน  ได้ดำเนินการจัด
ฝึกอบรมวิชาชีพโดยเน้นการฝึกฝนให้มีทักษะ ประสบการณ์ และความช านาญในสาขาอาชีพที่
หลากหลายตามความสนใจ  ความถนัด ความชื่นชอบของตนเอง  และประสานวิทยากรจากหน่วยงาน
ภายนอกเข้ามาช่วยในการฝึกวิชาชีพ  โดยปัญหาและอุปสรรคที่พบคือ 1) สถานที่จัดฝึกอบรมคับแคบ 
2) เจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติงานไม่เพียงพอ 3) วัสดุ-อุปกรณ์ ที่ใช้ฝึกอบรมล้าสมัย ไม่เพียงพอ 4) 
งบประมาณไม่เพียงพอ


2) กระบวนการพัฒนาอาชีพทางเลือกของผู้ต้องขังเรือนจำจังหวัดลำพูน   เริ่มตั้งแต่วาระแรก
ที่เข้าสู่เรือนจำในการทำความรู้จักผู้ต้องขังเพื่อประโยชน์ในการปฏิบัติต่อผู้ต้องขังให้เหมาะสมเป็น
รายบุคคล ตลอดจนนำข้อมูลไปใช้ในการวางแผนปฏิบัติในด้านการฝึกวิชาชีพให้ตรงกับความต้องการและความสนใจ      
มีการประเมินทดสอบผลการฝึกอาชีพ เพื่อติดตามผลและให้คำแนะนำ ปรึกษา 
แก้ไขปัญหา สงเคราะห์ช่วยเหลือ ให้เหมาะสมสอดคล้องกับผู้ต้องขังแต่ละคน มีการเตรียมความพร้อม
ก่อนปล่อย เป็นกิจกรรมพัฒนาอาชีพที่เสริมสร้างการพัฒนาร่างกายและจิตใจเพื่อเตรียมความพร้อม
ก่อนปล่อยผู้ต้องขังไปเผชิญโลกภายนอกอย่างมั่นใจ   


3) แนวทางพัฒนาอาชีพทางเลือกตามหลักคิหิสุขให้ผู้ต้องขังภายในเรือนจำจังหวัดลำพูน  
การนำหลักธรรมคำสอนในทางพระพุทธศาสนามาปรับใช้ควบคู่กับการอบรมพัฒนาทักษะอาชีพเพื่อ
เป็นกรอบในการปฏิบัติที่ส่งเสริมให้เกิดความสำเร็จในการหาทรัพย์จากการประกอบอาชีพที่สุจริต 
ด้วยความขยันหมั่นเพียร ซื่อสัตย์ อดทน สามารถนำรายได้มาเลี้ยงตนเองและครอบครัว  เพื่อให้การ
ด ารงชีวิตได้อย่างมีความสุขเฉกเช่นคนธรรมดาทั่วไป 


 

##plugins.themes.bootstrap3.article.details##

ส่วน

บทความวิจัย

การอ้างอิง

ฝ่ายบริหารทั่วไป. (2556). ประวัติและแผนพัฒนาเรือนจำ. ลำพูน. เรือนจำจังหวัดลำพูน. อัดสำเนา.

ฉัตรชญา ศรีบุรี. (2561). “การบริหารจัดการเชิงบูรณาการเพื่อป้องกันการกระทำผิดซ้ำของผู้ต้องขัง

เรือนจำจังหวัดลำพูน”. วิทยานิพนธ์รัฐประศาสนศาสตร์มหาบัณฑิต สาขานโยบายและการ

บริหารสาธารณะ. บัณฑิตวิทยาลัย. มหาวิทยาลัยแม่โจ้.

พระธรรมปิฏก (ป.อ. ปยุตโต). (2538). พจนานุกรมพุทธศาสตร์ ฉบับประมวลธรรม.

ชญานุช สามัญ. (2562). “การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของเทศบาลเมือง ลำตาเสา อ าเภอวังน้อย

จังหวัดพระนครศรีอยุธยา”. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

ทิพวรรณ บัวงาม. (2558). “การพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ของศาลยุติธรรมภาค 6”. วิทยานิพนธ์

พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

ศักดินา แก่นแก้ว และมูฮัมหมัดอิลยาส หญ้าปรัง. 2561. “การฝึกวิชาชีพผู้ต้องขังชาย กรณีศึกษา

เรือนจำกลางปัตตานี หมู่ที่ 8 ตำบลบานา อำเภอเมือง จังหวัดปัตตานี”. วิทยานิพนธ์

รัฐศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาสหวิทยการเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น. บัณฑิตวิทยาลัยหา

วิทยาลัยรามคำแหง.

กองทรัพย์ ผางแพ่ง. (2561). “การเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยผู้ต้องขังพ้นโทษ: กรณีศึกษา เรือนจำ

กลางชลบุรี”. วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต สาขารัฐประศาสนศาสตร์ . บัณฑิตวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยรามคำแหง.

เบญญาภา อัจฉฤกษ์. (2562). “ภูมิคุ้มกันทางอาชีพแบบพอเพียงของผู้ประกอบการวิสาหกิจชุมชน

ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ”. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรดุษฏีบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

พระยงยุทธ ภทฺทาจาโร (สุบินนาม). (2562). “พุทธวิธีการบริหารจัดการทรัพย์สินในพระพุทธศาสนา

เถรวาท”. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา. บัณฑิตวิทยาลัย

มหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

ภณิดา เหลืองวิลาศ. (2561). “แนวทางการจัดการทรัพย์ในทางพระพุทธศาสนา”. วิทยานิพนธ์พุทธ

ศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา. บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณราช

วิทยาลัย.

พระทรงยศ ธมฺมชีโป (ปุยติ). (2561). “ศึกษาปัญหาการประกอบอาชีพของพุทธศาสนิกชนในตำบล

ประโคนชัย อำเภอประโคนชัย จังหวัดบุรีรัมย์”. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต

สาขาวิชาพระพุทธศาสนา. บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.

พระครูสุจิตสุวรรณคุณ (ทองดี สุจิตโต). (2561). “วิธีการบรรเทาความโลภในทรัพย์สินของผู้อื่นตาม

หลักพระพุทธศาสนา”. วิทยานิพนธ์พุทธศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาพระพุทธศาสนา.

บัณฑิตวิทยาลัยมหาวิทยาลัยจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย.